จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555
เมี่ยงคำเมืองตาก
เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่งที่มีคุณค่าทางสมุนไพรสูงเพราะมีคุณสมบัติในการบำรุง รักษาธาตุทั้ง 4 เพื่อให้สมดุลกัน น้ำอ้อย,มะพร้าว,ถั่วลิสงหรือมะม่วงหิมพานต์และกุ้งแห้งใช้บำรุงรักษาธาตุ ดิน มะนาวและใบชะพลูใช้บำรุงรักษาธาตุน้ำ หอมและพริกใช้บำรุงรักษาธาตุลม เปลือกของมะนาวและขิงสดบำรุงรักษาธาตุไฟ เมี่ยงคำเมืองตาก หรือเมี่ยงจอมพล ลักษณะเด่นและส่วนประกอบของเมี่ยง คือ มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง แคบหมู มะนาว หัวหอมแดง ขิง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พริกขี้หนูสด เต้าเจี้ยว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว นำส่วนประกอบทั้งหมดห่อด้วยข้าวเกรียบใส่น้ำเต้าเจี้ยว ห่อพอดีคำ รับประทานเป็นของว่าง
โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
ที่มาและความสำคัญ
เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพล เป็นเมี่ยงที่มีลักษณะเด่นและมีส่วนประกอบของเมี่ยง เช่น มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว ฯลฯ ซึ่งนิยมรับประทานเป็นของว่าง และยังเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันพบว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพลนั้น หาทานได้ยาก เพราะเนื่องจากประชาชนทั่วไปนิยมหันมารับประทานอาหารอื่นแทน
คณะผู้จัดทำจึงทำการศึกษาอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ตลอดจนการทำเมี่ยงคำเมืองตาก และนำเสนอ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก การนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากนั้น คณะผู้จัดทำได้เผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ เช่น facebook เว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากใหเอยู่คู่กับชาวจังหวัดตาก ตลอดไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเมี่ยงคำ
2. เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูล เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
3. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก ให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้เกี่ยวกับวิธีการทำเมี่ยงคำซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตาก
2 . ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก 3. ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัดตากให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพล เป็นเมี่ยงที่มีลักษณะเด่นและมีส่วนประกอบของเมี่ยง เช่น มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว ฯลฯ ซึ่งนิยมรับประทานเป็นของว่าง และยังเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันพบว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพลนั้น หาทานได้ยาก เพราะเนื่องจากประชาชนทั่วไปนิยมหันมารับประทานอาหารอื่นแทน
คณะผู้จัดทำจึงทำการศึกษาอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ตลอดจนการทำเมี่ยงคำเมืองตาก และนำเสนอ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก การนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากนั้น คณะผู้จัดทำได้เผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ เช่น facebook เว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากใหเอยู่คู่กับชาวจังหวัดตาก ตลอดไป
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเมี่ยงคำ
2. เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูล เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
3. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก ให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้เกี่ยวกับวิธีการทำเมี่ยงคำซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตาก
2 . ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก 3. ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัดตากให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
ประโยชน์ที่ได้รับ
1.ได้รู้เกี่ยวกับวิธีการทำเมี่ยงคำซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตาก
2 . ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก
3. ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัดตากให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
1.ได้รู้เกี่ยวกับวิธีการทำเมี่ยงคำซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตาก
2 . ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูลเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก
3. ได้อนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจังหวัดตาก และได้เผยแพร่วัฒนธรรมของจังหวัดตากให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเมี่ยงคำ
2. เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูล เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
3. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น
ของจังหวัดตาก ให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
1. เพื่อศึกษาวิธีการทำเมี่ยงคำ
2. เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอข้อมูล เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
3. เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของจังหวัดตาก และเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น
ของจังหวัดตาก ให้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้น
โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก
ที่มาและความสำคัญ
เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพล เป็นเมี่ยงที่มีลักษณะเด่นและมีส่วนประกอบของเมี่ยง เช่น มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว ฯลฯ ซึ่งนิยมรับประทานเป็นของว่าง และยังเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันพบว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพลนั้น หาทานได้ยาก เพราะเนื่องจากประชาชนทั่วไปนิยมหันมารับประทานอาหารอื่นแทน
คณะผู้จัดทำจึงทำการศึกษาอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ตลอดจนการทำเมี่ยงคำเมืองตาก และนำเสนอ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก
การนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากนั้น คณะผู้จัดทำได้เผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ เช่น facebook เว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากใหเอยู่คู่กับชาวจังหวัดตาก ตลอดไป
เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพล เป็นเมี่ยงที่มีลักษณะเด่นและมีส่วนประกอบของเมี่ยง เช่น มะพร้าวขูด ข้าวตากแห้งทอด ถั่วลิสงคั่ว ข้าวเกรียบชุบน้ำให้อ่อนตัว ฯลฯ ซึ่งนิยมรับประทานเป็นของว่าง และยังเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากที่มีชื่อเสียง แต่ปัจจุบันพบว่า เมี่ยงคำเมืองตาก หรือที่ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าเมี่ยงจอมพลนั้น หาทานได้ยาก เพราะเนื่องจากประชาชนทั่วไปนิยมหันมารับประทานอาหารอื่นแทน
คณะผู้จัดทำจึงทำการศึกษาอุปกรณ์ ส่วนประกอบ ตลอดจนการทำเมี่ยงคำเมืองตาก และนำเสนอ เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตาก
การนำเสนอ และเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับเมี่ยงคำเมืองตากนั้น คณะผู้จัดทำได้เผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ เช่น facebook เว็บไซต์ และบล็อกเกอร์ เพื่อเป็นการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ และเพื่อเป็นการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดตากใหเอยู่คู่กับชาวจังหวัดตาก ตลอดไป
วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555
โครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1. เครือข่ายเฉพาะที่ (Local Area Network : LAN) เป็นเครือข่ายที่มักพบเห็นกันในองค์กรโดยส่วนใหญ่ลักษณะของการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นวง LAN
จะอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน เช่น อยู่ภายในตึกเดียวกัน เป็นต้น
จะอยู่ในพื้นที่ใกล้ ๆ กัน เช่น อยู่ภายในตึกเดียวกัน เป็นต้น
2. เครือข่ายเมือง (Metropolitan Area Network : MAN)
เป็นกลุ่มของเครือข่าย LAN ที่นำมาเชื่อมต่อกันเป็นวงที่ใหญ่ขึ้น ภายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ในเมืองเดียวกัน เป็นต้น
เป็นกลุ่มของเครือข่าย LAN ที่นำมาเชื่อมต่อกันเป็นวงที่ใหญ่ขึ้น ภายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ในเมืองเดียวกัน เป็นต้น
3. เครือข่ายบริเวณกว้าง ( Wide Area Network : WAN)
เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ โดยเป็นการรวมเครือข่ายทั้ง LAN และ MAN มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเดียว ดังนั้นเครือข่ายนี้จึงครอบคลุมพื้นที่กว้าง บางครั้งครอบคลุมไปทั่วประเทศ หรือทั่วโลก อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต ก็จัดว่าเป็นเครือข่าย WAN ประเภทหนึ่ง แต่เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
เป็นเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นไปอีกระดับ โดยเป็นการรวมเครือข่ายทั้ง LAN และ MAN มาเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายเดียว ดังนั้นเครือข่ายนี้จึงครอบคลุมพื้นที่กว้าง บางครั้งครอบคลุมไปทั่วประเทศ หรือทั่วโลก อย่างเช่น อินเตอร์เน็ต ก็จัดว่าเป็นเครือข่าย WAN ประเภทหนึ่ง แต่เป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ
โครงสร้างของเครือข่าย (Network Topology) หมายถึง รูปแบบการจัดวางคอมพิวเตอร์ และการเดินสายสัญญานคอมพิวเตอร์ในเครือข่าย รวมถึงหลักการไหลเวียนข้อมูลในเครือข่ายด้วย โดยแบ่งโครงสร้างเครือข่ายหลัก 4 แบบ คือ
1. เครือข่ายแบบบัส (Bus Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยสายเคเบิ้ลยาว ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยจะมีคอนเน็กเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เข้ากับสายเคเบิ้ล ในการส่งข้อมูล จะมีคอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ การจัดส่งข้อมูลวิธีนี้จะต้องกำหนดวิธีการ ที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน วิธีการที่ใช้อาจแบ่งเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่ สัญญาณที่แตกต่างกัน การเซตอัปเครื่องเครือข่ายแบบบัสนี้ทำได้ไม่ยากเพราะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แต่ละชนิด ถูกเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวโดยส่วนใหญ่เครือข่ายแบบบัส มักจะใช้ในเครือข่ายขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่มากนัก
1. เครือข่ายแบบบัส (Bus Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยสายเคเบิ้ลยาว ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยจะมีคอนเน็กเตอร์เป็นตัวเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เข้ากับสายเคเบิ้ล ในการส่งข้อมูล จะมีคอมพิวเตอร์เพียงตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลได้ในช่วงเวลาหนึ่งๆ การจัดส่งข้อมูลวิธีนี้จะต้องกำหนดวิธีการ ที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกัน เพราะจะทำให้ข้อมูลชนกัน วิธีการที่ใช้อาจแบ่งเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้ความถี่ สัญญาณที่แตกต่างกัน การเซตอัปเครื่องเครือข่ายแบบบัสนี้ทำได้ไม่ยากเพราะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แต่ละชนิด ถูกเชื่อมต่อด้วยสายเคเบิ้ลเพียงเส้นเดียวโดยส่วนใหญ่เครือข่ายแบบบัส มักจะใช้ในเครือข่ายขนาดเล็ก ซึ่งอยู่ในองค์กรที่มีคอมพิวเตอร์ใช้ไม่มากนัก
2. เครือข่ายแบบดาว (Star Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เข้ากับอุปกรณ์ที่เป็น จุดศูนย์กลาง ของเครือข่าย โดยการนำสถานีต่าง ๆ มาต่อร่วมกันกับหน่วยสลับสายกลางการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานีจะกระทำได้ ด้วยการ ติดต่อผ่านทางวงจรของหน่วนสลับสายกลางการทำงานของหน่วยสลับสายกลางจึงเป็นศูนย์กลางของการติดต่อ วงจรเชื่อมโยงระหว่างสถานีต่าง ๆ ที่ต้องการติดต่อกัน
3. เครือข่ายแบบวงแหวน (Ring Network) เป็นเครือข่ายที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ด้วยสายเคเบิลยาวเส้นเดียว ในลักษณะวงแหวน การรับส่งข้อมูลในเครือข่ายวงแหวน จะใช้ทิศทางเดียวเท่านั้น เมื่อคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งส่งข้อมูล มันก็จะส่งไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องถัดไป ถ้าข้อมูลที่รับมาไม่ตรงตามที่คอมพิวเตอร์เครื่องต้นทางระบุ มันก็จะส่งผ่านไปยัง คอมพิวเตอร์เครื่องถัดไปซึ่งจะเป็นขั้นตอนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงคอมพิวเตอร์ปลายทางที่ถูกระบุตามที่อยู่
จากเครื่องต้นทาง
จากเครื่องต้นทาง
ที่มาข้อมูล : http://reg.ksu.ac.th
http://www.sathukit.com
วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555
กรีนแลนด์
กรีนแลนด์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กรีนแลนด์
Kalaallit Nunaat (กะลาลลิซุต)
Grønland (เดนมาร์ก)
เพลงชาติ: Nunarput utoqqarsuanngoravit
Nuna asiilasooq
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด) นุก (กอตฮอบ)
ภาษาทางการ ภาษากรีนแลนด์
การปกครอง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
- ประมุข สมเด็จพระราชินีนาถมาเกรเตที่ 2
- นายกรัฐมนตรี ฮันส์ เอนอคเซิน
เอกราช จากเดนมาร์ก
- จากเดนมาร์ก 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
พื้นที่
- รวม 2,166,086 ตร.กม. (13)
836,109 ตร.ไมล์
- แหล่งน้ำ (%) 81.1 †
ประชากร
- ก.ค. 2549 (ประเมิน) 56,361 (207)
- ความหนาแน่น 0.025 คน/ตร.กม. (230)
0.067 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2544 (ประมาณ)
- รวม 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (192)
- ต่อหัว 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ (52)
ดพม. (n/a) n/a (n/a) (n/a)
สกุลเงิน โครนเดนมาร์ก (DKK)
เขตเวลา (UTC0 to -4)
โดเมนบนสุด .gl
รหัสโทรศัพท์ 299
†ปี พ.ศ. 2543: เนื้อที่ 410,449 ตารางกิโลเมตร (158,433 ตารางไมล์) ไม่มีน้ำแข็งปกคลุม ส่วนเนื้อที่ 1,755,637 ตารางกิโลเมตร (677,676 ตารางไมล์) ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง
กรีนแลนด์ (กะลาลลิซุต: Kalaallit Nunaat; เดนมาร์ก: Grønland) เป็นดินแดนทางเหนือสุดของโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติกและเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่ประมาณ 2,175,900ตารางกิโลเมตร มีฐานะเป็นดินแดนปกครองตนเองของประเทศเดนมาร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499
[แก้]ในสมัยช่วงศตวรรตที่ 10 - 11 ได้มีพวกไวกิ้งจากแถบสแกนดิเนเวียอพยพถิ่นอาศัย จนกลายเป็นเมืองขึ้นของเดนมาร์ก ต่อมา กรีนแลนด์ได้รับสิทธิปกครองตนเองจากเดนมาร์กเมื่อปี 1979โดยมีอำนาจปกครองตนเองในทุกทุกด้านยกเว้นด้านการต่างประเทศและการทหารเช่นเดียวกับหมู่เกาะแฟโรประวัติศาสตร์
การเมือง
ปัจจุบันกรีนแลนด์มีรัฐบาลปกครองตนเอง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ก
ปัจจุบันกรีนแลนด์มีรัฐบาลปกครองตนเอง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1979 โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ก
ภูมิศาสตร์
เกาะกรีนแลนด์ประกอบไปด้วยภูเขาเป็นส่วนใหญ่โดยมีหิมะและน้ำแข็งปกคลุมอยู่ข้างบนของตัวภูเขา ส่วนที่ราบนั้นอยู่ตามชายฝั่งของเกาะเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก
เกาะกรีนแลนด์ประกอบไปด้วยภูเขาเป็นส่วนใหญ่โดยมีหิมะและน้ำแข็งปกคลุมอยู่ข้างบนของตัวภูเขา ส่วนที่ราบนั้นอยู่ตามชายฝั่งของเกาะเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก
การขนส่ง
มีสนามบิน Narsarsuaq อยู่ทางใต้ของประเทศ
มีสนามบิน Narsarsuaq อยู่ทางใต้ของประเทศ
การแยกตัวเป็นประเทศเอกราช
กรีนแลนด์ได้มีการลงประชามติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 39,000 คน โดยผลการลงประชามติประกาศในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ตอนเช้า ปรากฏว่าร้อยละ 75.54 เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 23.57 ไม่เห็นด้วย โดยจะมีผลรับรองในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552 โดยมีสิทธิและเสรีภาพเต็ม พ้นจากประเทศเดนมาร์ก โดยสามารถขยายอำนาจการปกครองไปยังพื้นที่ใหม่ๆ และสามารถบริหารแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล ซึ่งคาดว่ามีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก รวมถึงดูแลความรับผิดชอบด้านความยุติธรรม หน้าที่ของตำรวจและกิจการต่างประเทศ
ทั้งนี้ นายลาร์ส-เอมีล โจฮันเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ซึ่งปกครองเกาะระหว่างปี 2534-2540 และพยายามให้กรีนแลนด์มีบทบาทกึ่งปกครองตนเอง เมื่อปี 2542 ให้สัมภาษณ์ว่า หากประชาชนเห็นชอบก็ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศชาติที่ต่อไปประชาชนก็คือชาวกรีนแลนด์ มีภาษาเป็นของตนเอง มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเอง-->
กรีนแลนด์ได้มีการลงประชามติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 39,000 คน โดยผลการลงประชามติประกาศในวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ตอนเช้า ปรากฏว่าร้อยละ 75.54 เห็นด้วย ขณะที่ร้อยละ 23.57 ไม่เห็นด้วย โดยจะมีผลรับรองในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552 โดยมีสิทธิและเสรีภาพเต็ม พ้นจากประเทศเดนมาร์ก โดยสามารถขยายอำนาจการปกครองไปยังพื้นที่ใหม่ๆ และสามารถบริหารแหล่งทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเล ซึ่งคาดว่ามีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก รวมถึงดูแลความรับผิดชอบด้านความยุติธรรม หน้าที่ของตำรวจและกิจการต่างประเทศ
ทั้งนี้ นายลาร์ส-เอมีล โจฮันเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ซึ่งปกครองเกาะระหว่างปี 2534-2540 และพยายามให้กรีนแลนด์มีบทบาทกึ่งปกครองตนเอง เมื่อปี 2542 ให้สัมภาษณ์ว่า หากประชาชนเห็นชอบก็ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อประเทศชาติที่ต่อไปประชาชนก็คือชาวกรีนแลนด์ มีภาษาเป็นของตนเอง มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตนเอง-->
ข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%8C
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)